Stranger Party -New Years Resolutions ปีนี้มี 389 วัน

Source: Deep Learning on Medium

ถัดจากมื้ออาหาร เริ่มวงสนทนา มีกระบวนกร (facilitator) ส่งใบงาน, ปฏิทิน และ กระดาษเปล่าๆ มาให้กับทุกคนในวง

//My life wheel//

เริ่มจากใบงาน เป็นวงล้อชีวิต ในด้านต่างๆ 8 ด้าน มีเรื่อง Heart, Relationship, Growth, Finance, Environment, Fun, Career และ Health
โดยที่ทำการพล๊อตคะแนนในแต่ละด้านลงไปในกราฟ สำหรับปี 2019 ที่ผ่านมา และ คาดหวังว่า 2020 จะเป็นอย่างไร…

ให้ลิตส์ เรื่องที่แย่ที่สุด (The Worst), เรื่องที่ดีที่สุด (The Best) และ เรื่องราวที่ได้เรียนรู้ (Learning) ของปี 2019 ว่ามีเรื่องอะไรบ้าง

แล้วจึงผลัดกันเล่าทีละคนว่าเรื่องราวของใครเจออะไรมา เป็นอย่างไรบ้าง
โดยมีกฏในวงว่า ให้รับฟังโดยที่ยังไม่พูดแทรก หากว่ามีประเด็นที่ต้องการซักถาม หรือเสนอ ให้ชูมือเป็นหมายเลขคิวเพื่อเป็นการบอกให้รู้ว่าขอพูดต่อนะ (เป็นวิธีที่ดีมาก)

//Learning //

ประเด็นของแต่ละคนเป็นเรื่องราวจากประสบการณ์ที่หลากหลาย คงไม่ได้หยิบเรื่องราวของคนในวงมาเล่า แต่จากเรื่องราวที่เล่ามีบางจุดเป็นมุมมองที่น่าสนใจ อยากจะนำมาแบ่งปันให้ฟังอยู่ 4 ข้อนั้นคือ

1.เรื่องที่แย่ที่สุด (The Worst), เรื่องที่ดีที่สุด (The Best) และ เรื่องราวที่ได้เรียนรู้ (Learning) 3 สิ่งนี้ กลายเป็นเรื่องเดียวกัน

เรื่องราวแย่ๆที่เกิดขึ้นในชีวิต ทำให้เราได้เรียนรู้อะไรบางอย่าง ทำให้เราได้เติบโตขึ้น หาทางแก้ปัญหา (หรือต่อสู้กับมัน) สามารถผ่านมันมาได้ กลับกลายเป็นเกราะเสริมความแข็งแกร่งให้กับตัวเรา ทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ จนเราต้องรู้สึกขอบคุณเรื่องนี้ เป็นจุดเปลี่ยนชีวิตที่ดีเรื่องนึงในปีเลย

2.อย่าไปอินกับบรรทัดฐาน (Norm) ของคนอื่นให้มาก ให้ซื่อสัตย์กับตัวเองว่าต้องการอะไร

เพราะการวิ่งแข่งบนบรรทัดฐานของคนอื่น เราจะเหนื่อยและไม่มีความสุข หรือ เราอาจจะชนะได้แต่ชัยชนะนั้นเป็นความว่างเปล่า เพราะมันไม่ใช่ลู่วิ่งของเราตั้งแต่แรก เราต้องรู้ตัวว่าเป้าหมายของเราคืออะไร รู้ว่าเราพอใจที่ตรงไหน

3.เราไม่สามารถเติมให้กราฟชีวิตเต็มในทุกๆด้านพร้อมกัน

บางคนความสัมพันธ์ในปีนี้ดี แต่การเงินแย่ เพราะเรามีเวลา 24 ชม.เท่ากัน แต่เราแบ่งเวลาไปให้แต่ละอย่างนั้นไม่เท่ากัน ผลลัพธ์ที่ได้ออกมาก็ไม่สามารถเท่ากันได้ ขึ้นอยู่กับว่าเราโฟกัสกับสิ่งไหนมากกว่า ในปีนั้นๆ สิ่งไหนคือสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะเลือกทำ

4.คำพูดเดียวกัน แต่ได้ยินไม่เหมือนกัน

ประเด็นเรื่องนี้เป็นเรื่องฮิตในวงสนทนาครั้งนี้มาก ต่างคนต่างมีประสบการณ์เจอเหตุการณ์ในบริบทที่แตกต่าง ทั้งในเรื่องความสัมพันธ์ หรือระดับความสนิทสนมของแต่ละคน คำพูดคำเดียวกัน จากคนคนละคนกัน ก็ทำให้ตีความคำพูดออกมาไม่เหมือนกัน เช่นคำว่า ดีใจด้วยนะ, เสียใจด้วยนะ บางคนให้ค่าคำนี้ลึกลงไปอย่าง empathy แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นคำที่รู้สึกเฉยๆสำหรับอีกคน

(ความจริง Session นี้ยาวนานมากกกกกกกกกกกกกกกกก ใครที่ไม่ไหวก็กลับก่อน ใครที่อยู่ไหวก็ยาวๆไป ได้ข่าวทีหลังว่าอยู่ถึงตีห้าของอีกวัน TT[]TT)

//Postcard //

ถัดจากนั้นก็มีการเขียนโปสการด์ ตั้งเป้าหมายก่อนจะถึงสิ้นปี (ภายใน 21 วัน)
การจะทำเป้าหมายของชีวิตให้ได้ภายในปีหน้า มันก็อาจจะดูยาวไป
ถ้าเป้าหมายปีหน้ามันไกลไป ลองดูเป้าหมายใกล้ๆ เช่นการ Complete เป้าหมายเล็กๆบางสิ่ง เปลี่ยนอุปนิสัยบางอย่างในสิ้นปี 2019 นี้ หรือ (ประมาณ 21 วัน)

เป็นเป้าหมายสั้นๆ ที่เราสามารถทำได้! แต่เราแค่ไม่ได้ทำมัน เช่น การเข้านอนก่อนเที่ยงคืน การสวดมนตร์ก่อนนอน การตื่นเช้า การลดของหวาน ลดชานมไข่มุก
ซึ่งเป็นเป้าหมายในเชิงของนิสัยของเรามากกว่า

//Buddy //

ไม่จบแค่นั้น เพราะ มีการจับ Buddy ที่จะ Track ความสำเร็จในระยะ 21 วันนี้ ว่าสิ่งที่เราเขียนนั้นเราจะทำได้จริงไหม ไม่ได้ตั้งเป้าลอยๆ แต่มีคนที่คอยตรวจสอบอีกด้วย
เป็นวิธีที่ดี พร้อมกับกดดันให้เราลงมือทำโดยที่ไม่ขี้เกียจ